พบกับเจ้าบ้านแห่ง SYLVAN Koh Chang: คู่มือสัตว์ป่าสำหรับแขกผู้มาเยือน
เกาะช้างไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงแค่ทะเลสีครามและหาดทรายสวยงาม แต่ยังเป็นหนึ่งในผืนป่าเขตร้อนชื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย SYLVAN Koh Chang ตั้งอยู่กลางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ทำให้แขกทุกท่านมีโอกาสพิเศษได้พบปะสัตว์ป่าในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติอย่างแท้จริง พวกเขาอยู่ที่นี่มาก่อนเราทุกคน เราเป็นเพียงแขกผู้มาเยือนในบ้านของพวกเขา
🐒 เจ้าบ้านขาประจำ — พบเห็นได้เกือบทุกวัน
ลิงกัง (Pig-tailed Macaque)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Macaca leonina
สถานะ IUCN: Vulnerable (ใกล้ถูกคุกคาม) ตั้งแต่ปี 2551
สังเกตได้จากหางสั้นคล้ายหางหมู ลำตัวขนสีน้ำตาลอมเหลือง (buff) ตัวโตเต็มวัยมีน้ำหนักประมาณ 5–14 กิโลกรัม ตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียเกือบสองเท่า
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- อาหารหลักคือผลไม้ นอกจากผลไม้ยังมีแมลง เมล็ดพืช ใบไม้ เห็ด นก ตัวอ่อนปลวก ปู เป็นต้น
- มีระบบสังคมแบบ matrilineal คือสืบสายทางแม่ ตัวเมียจะอยู่ในฝูงตลอดชีวิต ส่วนตัวผู้จะย้ายฝูงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
- ฟันของพวกมันมีโครงสร้างพิเศษสำหรับ ขบเปลือกเมล็ดแข็ง และมีถุงแก้มสำหรับเก็บอาหารชั่วคราวขณะหากิน
- เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ลิงที่มีพิสัยการกระจายพันธุ์กว้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจากการสูญเสียถิ่นอาศัย
ลิงแสม (Long-tailed / Crab-eating Macaque)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Macaca fascicularis
สถานะ IUCN: Vulnerable (ใกล้ถูกคุกคาม) ตั้งแต่ปี 2565
สังเกตได้จากหางยาวกว่าลำตัว มักยาวถึง 40–65 ซม. ในขณะที่ลำตัวยาวประมาณ 38–55 ซม. ลำตัวขนสีน้ำตาลอมเทาหรือน้ำตาลทอง
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ได้รับการบันทึกว่า ใช้เครื่องมือ เพื่อหาอาหารในประเทศไทย โดยเฉพาะการใช้หินทุบเปลือกหอยนางรม ถือเป็นพฤติกรรมที่เคยพบเฉพาะในไพรเมตขั้นสูง
- ชื่อ "Crab-eating" มาจากพฤติกรรม ว่ายน้ำในป่าชายเลน เพื่อหาปูและสัตว์น้ำขนาดเล็ก ซึ่งพบในเกาะช้างทางด้านฝั่งตะวันออก
- เป็น omnivore ที่มีความยืดหยุ่นสูง กินได้ทั้งผลไม้ แมลง กบ นก ไข่ และแม้แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก
⚠️ กฎเหล็กเรื่องลิง — ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
- ห้ามให้อาหารโดยเด็ดขาด การให้อาหารเปลี่ยนพฤติกรรมลิงถาวร ทำให้พวกมันพึ่งพามนุษย์และกลายเป็นก้าวร้าวในที่สุด
- ล็อกประตูระเบียงตลอดเวลา ลิงสามารถดันประตูเปิดได้ และจะไม่ลังเลที่จะเข้ามาในห้องพัก
- อย่าวางของไว้บนระเบียง โดยเฉพาะสิ่งของที่มันวาว — ทอง เพชร นาฬิกา แว่นตา อาจหายวับในพริบตา
- ถ่ายภาพได้จากระยะปลอดภัย หากลิงเดินเข้ามาหา ค่อยๆ ถอยออกอย่างสงบ อย่าจ้องตาหรือยิ้มแสดงฟัน (ในภาษาลิง หมายถึงการขู่!)
- หากต้องการความช่วยเหลือ แจ้งเจ้าหน้าที่รีสอร์ทได้ทันที
นกกก (Great Hornbill)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Buceros bicornis
ชื่ออื่น: Great Indian Hornbill, Concave-casqued Hornbill
สถานะ IUCN: Vulnerable (ใกล้ถูกคุกคาม) ตั้งแต่ปี 2561
นกขนาดใหญ่ ยาวได้ถึง 95–130 ซม. น้ำหนักสูงสุด 4 กิโลกรัม ปีกกว้างถึง 150–180 ซม. ลักษณะเด่นที่สุดคือจะงอยปากสีเหลืองขนาดใหญ่พร้อม โหนก (casque) บนหัวที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนนกชนิดใดในโลก
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- โหนกบนหัวทำจากเคราติน (โปรตีนเดียวกับเล็บและผม) ไม่ได้ทึบแต่เป็น โพรงอากาศ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าช่วยขยายเสียงร้องและอาจมีบทบาทในการเลือกคู่
- อาศัยอยู่ได้ถึง 50 ปี ในที่เลี้ยง นับเป็นนกที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดชนิดหนึ่ง
- พฤติกรรมการทำรัง ที่น่าทึ่ง: ตัวเมียจะขังตัวเองอยู่ในโพรงต้นไม้นาน 4–5 เดือน ระหว่างฟักไข่และเลี้ยงลูก โดยตัวผู้จะนำอาหารมาป้อนผ่านช่องแคบที่ฉาบด้วยโคลนและมูล
- บทบาทเชิงนิเวศ: เป็น "นักปลูกป่า" ชั้นเลิศ เพราะกลืนผลไม้ทั้งลูกและขับเมล็ดออกมาในจุดต่างๆ ไปทั่วป่า นักนิเวศวิทยาเรียกมันว่า "keystone species" ที่ขาดไม่ได้
- บริเวณรอบ SYLVAN Koh Chang เป็น หนึ่งในจุดไม่กี่แห่งบนเกาะ ที่สามารถพบนกกกในระยะใกล้ชิดได้เป็นประจำ ถือเป็นสิทธิพิเศษที่หาได้ยากมาก
จิ้งจก (Common House Gecko)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Hemidactylus frenatus
ขนาด: 7.5–15 ซม. | อายุขัย: ประมาณ 5 ปี
สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กสีเทาอมชมพู ออกหากินกลางคืน มักพบเกาะอยู่ตามผนังบริเวณแสงไฟ
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ระบบนิ้วที่น่าอัศจรรย์: ใต้นิ้วเท้ามีโครงสร้างขนาดเล็กที่เรียกว่า lamellae ประกอบด้วยขนจุลภาค (setae) หลายล้านเส้น สร้างแรงยึดเกาะผ่านปรากฏการณ์ van der Waals force จึงเดินบนกระจกเรียบหรือเพดานได้โดยไม่ใช้กาว
- เสียงร้อง "จิ๊ก จิ๊ก" เป็นการสื่อสารเพื่อกำหนดอาณาเขตและดึงดูดคู่ผสมพันธุ์
- กินยุงได้วันละหลายสิบตัว ถือเป็น นักกำจัดแมลงชีวภาพ ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่มีพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์แม้แต่น้อย
ตุ๊กแก (Tokay Gecko)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Gekko gecko
ขนาด: 25–35 ซม. | น้ำหนัก: 150–400 กรัม
ตุ๊กแกขนาดใหญ่ สีเทาอมน้ำเงินพร้อมจุดสีส้มสดกระจายทั่วตัว เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสวยงาม
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- เสียงร้อง "ตุ๊ก...แก" ที่ดังก้องมาจากการส่งเสียงผ่านถุงลม เสียงยิ่งดัง ยิ่งแสดงถึงความสมบูรณ์ของร่างกาย ตัวผู้ใช้เสียงในการอวดอ้างอาณาเขตและดึงดูดตัวเมีย
- มีแรงกัด ทรงพลังผิดปกติ เมื่อเทียบกับขนาดร่างกาย และขากรรไกรจะล็อกได้ดีมาก — นี่คือเหตุผลที่ควรชมจากระยะปลอดภัย แต่ไม่ต้องกลัว เพราะพวกมันไม่เคยโจมตีมนุษย์โดยไม่มีเหตุ
- ดวงตามีรูม่านตาแนวตั้ง สามารถขยายกว้างมากในที่มืด ทำให้มองเห็นได้ดีในสภาพแสงน้อย
- กินแมลง จิ้งจก งูเล็ก และสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กอื่นๆ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารที่สำคัญ
ผีเสื้อนานาชนิด
ประมาณ 200+ สายพันธุ์ บนเกาะช้าง อาทิ ผีเสื้อถุงทอง (Troides aeacus) ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ผีเสื้อรับรสด้วย ตีนและปาก มีตัวรับรส (chemoreceptors) บนขาที่ไวกว่าลิ้นมนุษย์ถึง 200 เท่า
- ดวงตา compound eye เห็นสเปกตรัม UV ได้ ทำให้ดอกไม้ที่ดูสีเดียวสำหรับมนุษย์ กลับมีลวดลายนำทางไปยังน้ำหวานสำหรับผีเสื้อ
- ผีเสื้อถุงทองขนาดใหญ่ที่มีปีกสีทองเป็นประกาย เป็นสัตว์ที่ ห้ามจับหรือครอบครองโดยเด็ดขาด ตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าของไทย
- เวลาดีที่สุดสำหรับชมผีเสื้อ: ช่วงเช้า 8:00–11:00 น. บริเวณสวนและแนวป่าชายขอบ
🦅 เพื่อนบ้านขี้อาย — ต้องโชคดีถึงจะได้พบ
ค่างเทา (Dusky Langur)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Trachypithecus obscurus
สถานะ IUCN: Near Threatened (ใกล้ถูกคุกคาม)
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- เป็นลิงที่กิน ใบไม้เป็นหลัก (folivore) ซึ่งต่างจากลิงกังที่กินผลไม้ ระบบย่อยอาหารของค่างจึงมีกระเพาะหลายห้องคล้ายวัว เพื่อหมักย่อยเซลลูโลสและสารพิษในใบอ่อน
- ลูกค่างแรกเกิดมีขนสีส้มสด ตัดกับขนสีเทาของผู้ใหญ่อย่างชัดเจน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นสัญญาณให้สมาชิกในฝูงช่วยดูแล (เรียกว่า alloparenting)
- อาศัยบนยอดต้นไม้สูง เงียบและระมัดระวังกว่าลิงกังมาก หากได้ยินเสียงใบไม้แกว่งบนเรือนยอดโดยไม่มีลม อาจเป็นสัญญาณของค่าง
- ดวงตาสีขาวโดดเด่นบนใบหน้าสีดำ เป็นลักษณะที่ช่วยในการสื่อสารภายในฝูง
นกอินทรีทะเลท้องขาว (White-bellied Sea Eagle)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Icthyophaga leucogaster
สถานะ IUCN: Least Concern
ขนาด: ปีกกว้าง 100–140 ซม. | น้ำหนัก: 1.8–3.7 กิโลกรัม
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- นักล่าระดับสูงสุดในห่วงโซ่อาหารทางอากาศ (apex predator) ของระบบนิเวศชายฝั่งเกาะช้าง
- มีตาที่มีความละเอียดสูงกว่าตาคนถึง 8 เท่า สามารถมองเห็นปลาใต้ผิวน้ำได้ขณะร่อนสูงหลายร้อยเมตร
- ล่าปลาด้วยการ ดำลงจับ โดยใช้กรงเล็บที่แข็งแรงและผิวหยาบพิเศษเพื่อจับปลาลื่นได้แน่น
- คู่ชีวิตเดียว (monogamous) สร้างรังขนาดใหญ่บนต้นไม้สูงริมชายฝั่งและกลับมาใช้รังเดิมปีแล้วปีเล่า รังเก่าบางรังมีอายุหลายสิบปี
เหยี่ยวแดง (Brahminy Kite)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Haliastur indus
สถานะ IUCN: Least Concern
ขนาด: ปีกกว้าง 180–220 ซม. | น้ำหนัก: 0.4–0.7 กิโลกรัม
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ปีกและหางสีน้ำตาลแดงสด หัวและอกสีขาวนวล เป็นนกล่าเหยื่อที่สวยงามที่สุดชนิดหนึ่งในเอเชีย
- เป็น นกแห่งความดี ในตำนานฮินดู ถือเป็นตัวแทนของ Garuda ซึ่งเป็นพาหนะของพระวิษณุ
- กินทั้งสัตว์มีชีวิตและซากสัตว์ (scavenger) รวมถึงปู กบ งู และขยะอินทรีย์บนชายฝั่ง บทบาทนี้ทำให้มันเป็นส่วนสำคัญของระบบทำความสะอาดตามธรรมชาติ
- มักพบร่อนเป็นคู่เหนือแนวชายฝั่งในช่วงบ่ายเมื่ออากาศร้อน
กระรอกบิน (Flying Squirrel)
สกุล: Petaurista spp. (กระรอกบินขนาดใหญ่) และ Hylopetes spp. (กระรอกบินขนาดกลาง)
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ไม่ได้บินจริง แต่ ร่อนโดยใช้แผ่นหนัง (patagium) ที่ยืดระหว่างข้อมือกับข้อเท้า สามารถร่อนได้ไกลถึง 75 เมตร ในครั้งเดียว
- ดวงตาขนาดใหญ่ผิดปกติ (macrophthalmic) ช่วยรวบแสงในความมืดได้ดีมาก เหมาะกับชีวิตกลางคืน
- หางยาวฟูทำหน้าที่เป็น หางเสือ ควบคุมทิศทางและช่วยเบรกก่อนลงจอด
- หากได้ยินเสียงกิ่งไม้กระทบกันและเห็นเงาพุ่งระหว่างยอดไม้ในยามค่ำ นั่นคือสัญญาณของกระรอกบิน
🌙 เพื่อนบ้านยามค่ำคืน — ต้องตาดีและโชคดีเป็นพิเศษ
บ่าง (Sunda Colugo / Flying Lemur)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Galeopterus variegatus
สถานะ IUCN: Least Concern
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ไม่ใช่ lemur และไม่ได้บิน! ชื่อภาษาอังกฤษทำให้เข้าใจผิดบ่อยมาก บ่างเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในลำดับ Dermoptera มีญาติใกล้ชิดกับไพรเมตมากกว่ากระรอก
- แผ่นหนัง patagium ของบ่างใหญ่ที่สุดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ยืดจากคอถึงปลายนิ้วมือและนิ้วเท้า สามารถร่อนได้ไกลถึง 130–150 เมตร โดยแทบไม่สูญเสียความสูง
- ฟันมีโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า "comb teeth" ใช้หวีขนและขูดน้ำหวานจากดอกไม้
- เวลากลางวันจะแนบตัวนิ่งกับลำต้นไม้ ขนลายพรางสีน้ำตาลเทาทำให้แทบมองไม่เห็นแม้จะอยู่ตรงหน้า
นางอาย (Slow Loris)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Nycticebus coucang (Greater Slow Loris)
สถานะ IUCN: Vulnerable | คุ้มครองตามกฎหมายไทย
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- เป็น ไพรเมตพิษ ชนิดเดียวในโลก! ต่อมที่ข้อศอกผลิตสารพิษ เมื่อนางอายเลียแล้วกัด จะทำให้เกิด anaphylactic shock ได้ — นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด
- หากพบในธรรมชาติ: ชมจากระยะไกล ห้ามใช้แฟลช และห้ามสัมผัสนางอายในทุกกรณี
ค้างคาว (Bats)
หลายสายพันธุ์ อาทิ Pteropus vampyrus (ค้างคาวผลไม้ยักษ์), Cynopterus brachyotis และอื่นๆ
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ค้างคาวกลุ่ม Microchiroptera ใช้ระบบ echolocation โดยปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูง (20,000–200,000 Hz เหนือพิสัยได้ยินของมนุษย์) และรับสัญญาณที่สะท้อนกลับเพื่อวาดแผนที่โลกในหัว
- ค้างคาวผลไม้ขนาดใหญ่ใช้ สายตาและกลิ่น ในการนำทาง ไม่ใช้ echolocation มีดวงตาโตและประสาทรับกลิ่นที่พัฒนาสูง
- บทบาทนิเวศ: ค้างคาวแมลงตัวหนึ่ง กินยุงได้ถึง 1,000 ตัวต่อชั่วโมง ในขณะที่ค้างคาวผลไม้มีบทบาทสำคัญในการผสมเกสรและกระจายเมล็ดพันธุ์
- เวลาดีที่สุดสำหรับชมค้างคาว: ยืนบริเวณโล่งในช่วง 15–30 นาทีหลังพระอาทิตย์ตก จะเห็นค้างคาวออกหากินเป็นฝูงเหนือยอดไม้
🦎 แนะนำเพิ่ม: สัตว์ที่พบได้ในเกาะช้าง
สัตว์กลุ่มนี้มีโอกาสพบได้บนเกาะช้าง แต่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและโชค:
เก้ง (Barking Deer / Indian Muntjac)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Muntiacus muntjak
ชื่ออื่น: Rib-faced Deer, Kakar
สถานะ IUCN: Least Concern
ขนาด: สูงที่ไหล่ 50–65 ซม. | น้ำหนัก 15–35 กิโลกรัม
เก้งเป็นกวางขนาดเล็กที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก มีประวัติวิวัฒนาการยาวนานกว่า 15–35 ล้านปี ขนสีน้ำตาลแดงสม่ำเสมอ ตัวผู้มีเขาสั้นมากเพียง 10–15 ซม.
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- เสียงร้องที่เป็นชื่อ: เก้งร้องเสียงดังคล้ายสุนัขเห่า (bark) ได้ยาวนานต่อเนื่องหลายนาที โดยเฉพาะเมื่อตกใจหรือพบผู้ล่า เสียงนี้เป็นสัญญาณเตือนภัยให้สัตว์อื่นในป่าด้วย หากได้ยินเสียงเห่าแปลกๆ จากป่ายามค่ำ นั่นอาจเป็นเก้ง
- เวลาพบเห็นที่ดีที่สุด: ช่วง 05:30–07:00 น. และ 17:30–19:00 น. บริเวณชายป่าที่ติดกับพื้นที่โล่ง เก้งมักออกมาหากินในช่วงแสงสลัว เนื่องจากตาปรับให้มองเห็นได้ดีในสภาพแสงน้อย
หมูป่า (Wild Boar)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Sus scrofa
สถานะ IUCN: Least Concern
ขนาด: ยาว 90–200 ซม. | น้ำหนัก 50–200 กิโลกรัม (ตัวผู้โตเต็มวัยอาจหนักกว่านี้)
หมูป่าเป็นบรรพบุรุษของหมูบ้านทุกสายพันธุ์ในโลก มีขนสั้นแข็งสีน้ำตาลเข้มถึงดำ หัวใหญ่เป็นสัดส่วน ปากยาว และตัวผู้มี เขี้ยว (tusks) โค้งยาวที่ใช้ทั้งขุดดินและต่อสู้
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- จมูกที่ล้ำหน้ากว่า GPS: จมูกของหมูป่ามีเซลล์รับกลิ่นมากกว่ามนุษย์ถึง 2,000 เท่า สามารถดมกลิ่นราก เชื้อรา และอาหารใต้ดินลึกได้ถึง 30 ซม. นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาโครงสร้างจมูกเพื่อนำไปพัฒนาเซนเซอร์ตรวจจับกลิ่น
- ว่ายน้ำข้ามเกาะได้: หมูป่าเป็นนักว่ายน้ำชั้นเยี่ยม มีหลักฐานว่าประชากรหมูป่าบนเกาะต่างๆ ในอ่าวไทยมาจากการว่ายน้ำข้ามจากแผ่นดินใหญ่ในอดีตที่ระดับน้ำทะเลต่ำกว่าปัจจุบัน
- เวลาพบเห็นที่ดีที่สุด: หมูป่าในเกาะช้างมักหากินในป่าลึก แต่อาจพบรอยขุดดินสดๆ หรือรอยเท้าบริเวณชายป่าและใกล้แหล่งน้ำในช่วงเช้า โอกาสเห็นตัวจริงต้องโชคดีและเงียบมากพอ
- หมูป่าโดยทั่วไปหลีกเลี่ยงมนุษย์ แต่สามารถเป็นอันตรายได้หากรู้สึกถูกคุกคาม โดยเฉพาะ แม่ที่มีลูก หรือ ตัวผู้ในช่วงผสมพันธุ์
ตัวเงินตัวทอง และ ตะกวด (Asian Water Monitor and Bengal monitor)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Varanus salvator and Varanus bengalensis
ขนาด: ยาวได้ถึง 2–3 เมตร — ตะกวดเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ลิ้นสีเหลืองสองแฉกทำหน้าที่เป็น อวัยวะรับกลิ่น โดยรับโมเลกุลกลิ่นจากอากาศและส่งไปยัง Jacobson's organ บนเพดานปาก
- ว่ายน้ำและปีนต้นไม้เก่งมาก และมีความฉลาดสูงเมื่อเทียบกับสัตว์เลื้อยคลาน มีหลักฐานว่าสามารถ นับได้ถึงหกในสภาพห้องทดลอง
- เป็น scavenger ที่สำคัญ ช่วยกำจัดซากสัตว์ซึ่งช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโรค ถือว่ามีประโยชน์ต่อระบบนิเวศมาก
- ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์หากไม่ถูกยั่วยุ แต่กรงเล็บและหางแข็งแรงมาก ควรรักษาระยะห่างอย่างน้อย 3–4 เมตร
งูหลามตาข่าย (Reticulated Python)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Malayopython reticulatus
สถิติ: งูที่ยาวที่สุดในโลก บันทึกยาวสูงสุดถึง 6.95 เมตร
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ล่าเหยื่อด้วยการรัดจนขาดใจ (constriction) ไม่มีพิษ แต่กรามล่างแยกออกจากกันได้ (kinesis) ทำให้กลืนเหยื่อได้ขนาดใหญ่กว่าหัวหลายเท่า
- มี pit organs รับรู้ความร้อนอินฟราเรดจากสัตว์เลือดอุ่น ทำให้ล่าเหยื่อได้ในที่มืดสนิท
- พบได้บริเวณแหล่งน้ำและป่าชื้น หากพบ ให้รักษาระยะห่างและไม่เข้าใกล้ แจ้งเจ้าหน้าที่หากพบในพื้นที่พัก
นกกระเต็น (Kingfishers)
หลายสายพันธุ์ อาทิ Common Kingfisher (Alcedo atthis), Stork-billed Kingfisher (Pelargopsis capensis)
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ:
- ดำน้ำจับปลาด้วยความเร็วสูงถึง 45 กม./ชม. กะโหลกมีโครงสร้างพิเศษที่ดูดซับแรงกระแทกเมื่อกระแทกผิวน้ำ
- ปากของนกกระเต็นญี่ปุ่น (Alcedo atthis) ถูกนำมาใช้เป็น แรงบันดาลใจในการออกแบบจมูกหัวรถไฟ Shinkansen ซีรีส์ 500 ของญี่ปุ่น เพื่อลดแรงอัดอากาศขณะเข้าอุโมงค์
- นกกระเต็นปากกว้าง (Stork-billed) ขนาดใหญ่ มักพบบริเวณแหล่งน้ำใกล้รีสอร์ท ร้องเสียงดังสดใส
🌿 แนวทางปฏิบัติในการชมสัตว์ป่าอย่างรับผิดชอบ
การได้พบสัตว์ป่าในธรรมชาติเป็นประสบการณ์ที่มีค่า และเราทุกคนมีส่วนรับผิดชอบในการรักษาประสบการณ์นั้นไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป
ระหว่างชม:
- ชมจากระยะปลอดภัยเสมอ ไม่เข้าใกล้หรือพยายามสัมผัส
- ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าทุกชนิด ไม่ว่าจะดูน่ารักแค่ไหน
- ถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลช — ใช้ ISO สูงหรือ Night Mode แทน
- เก็บเสียงให้เงียบที่สุด ยิ่งเงียบ ยิ่งมีโอกาสพบสัตว์หายาก
- อย่าทิ้งขยะโดยเด็ดขาด ขยะอาหารดึงดูดสัตว์ให้เข้าใกล้คนมากเกินไป
หากพบสัตว์ที่ต้องระวัง:
- สัตว์มีพิษ (งู แมงป่อง ตะขาบ): ถอยออกอย่างช้าๆ ไม่ต้องวิ่ง
- ลิงเข้าหา: ถอยออก ไม่จ้องตา ไม่ยิ้มแสดงฟัน ไม่วิ่ง
- พบสัตว์บาดเจ็บ: อย่าสัมผัส แจ้งเจ้าหน้าที่รีสอร์ทได้ทันที
ที่ SYLVAN Koh Chang เราเชื่อว่าการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดคือการท่องเที่ยวที่ไม่ทิ้งรอยไว้ในธรรมชาติ แต่ทิ้งเพียงความประทับใจในใจของคุณ SYLVAN Koh Chang เป็นผู้รับรางวัล Green Leaf Certificate จากมูลนิธิ Green Leaf ซึ่งรับรองมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมในธุรกิจท่องเที่ยว ทุกการพักของคุณคือส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ผืนป่าเกาะช้างให้คงอยู่ตลอดไป