ใต้ท้องทะเลเกาะช้าง — สัตว์น้ำที่คุณอาจได้พบ
ทะเลรอบหมู่เกาะรัง จุดดำน้ำหินราบ หินลูกบาศก์และซากเรือหลวงช้าง (HTMS Chang) ถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศทางทะเลที่หลากหลายที่สุดในอ่าวไทย สัตว์ทุกตัวในหน้านี้ถูกบันทึกในน่านน้ำเกาะช้างจากรายงานของนักดำน้ำและนักวิจัย — ไม่ใช่เพียงแค่ "พบได้ในประเทศไทย"
🔵 ฉลามวาฬ (Whale Shark)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Rhincodon typus
สถานะ IUCN: Endangered (ใกล้สูญพันธุ์) ตั้งแต่ปี 2559
จุดพบ: HTMS Chang, Hin Raab South, Hin Luk Bat
ฤดูกาล: ธันวาคม–พฤษภาคม (โอกาสดีที่สุด: มกราคม–เมษายน)
"ปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก" — ฉลามวาฬไม่ใช่วาฬ และไม่ใช่ฉลามนักล่า แต่เป็นปลา (มีกระดูกอ่อน) ที่วิวัฒนาการมาแล้วกว่า 60 ล้านปี ยาวได้ถึง 12–18 เมตร หนักกว่า 20 ตัน — เทียบเท่ารถบัสสองคันเรียงกัน แต่กินเพียงแพลงก์ตอน ไข่ปลา และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่กรองผ่านเหงือก
ทำไมถึงมาที่เกาะช้าง:
ช่วงฤดูกาล ธ.ค.–พ.ค. กระแสน้ำในอ่าวไทยพัดพาแพลงก์ตอนเข้ามาสะสมในน่านน้ำรอบหมู่เกาะรัง ฉลามวาฬตามกลิ่นอาหารนี้เข้ามา มีรายงานการพบบริเวณซากเรือ HTMS Chang หลายครั้งต่อฤดูกาล รวมถึงภาพถ่ายที่บันทึกได้เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 และ 23 มกราคม 2569 จากบริเวณซากเรือโดยตรง
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง:
- ลวดลายจุดสีขาวบนลำตัวของฉลามวาฬแต่ละตัว ไม่ซ้ำกันเลย เหมือนลายนิ้วมือมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ภาพถ่ายเพื่อระบุและติดตามตัวบุคคล ภาพที่คุณถ่ายไว้ในทริปดำน้ำอาจมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์จริงๆ หากรายงานผ่านโครงการ Citizen Science
- ปากกว้างถึง 1.5 เมตร กรองน้ำทะเลได้ 6,000 ลิตรต่อชั่วโมง แต่คอหอยมีขนาดเท่าหมัดมนุษย์ เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะกลืนคนได้
- ดำน้ำลึกได้ถึง 1,800 เมตร แต่ชอบว่ายน้ำใกล้ผิวน้ำ 0–40 เมตร ทำให้นักดำน้ำและนักดูปลาจากเรือมีโอกาสพบ
กฎการพบฉลามวาฬอย่างมีความรับผิดชอบ: รักษาระยะห่าง 3 เมตร จากลำตัว 4 เมตร จากหาง ห้ามใช้มือหรืออุปกรณ์ใดๆ สัมผัสตัว ห้ามใช้แฟลชถ่ายภาพ ปิดเครื่องยนต์หากเรืออยู่ใกล้ ปล่อยให้ฉลามวาฬว่ายผ่านไปตามธรรมชาติ
🟢 เต่าทะเล (Sea Turtle)
สายพันธุ์ที่พบที่เกาะช้าง:
- เต่าตนุ Green Turtle (Chelonia mydas) — IUCN: Endangered
- เต่ากระ Hawksbill Turtle (Eretmochelys imbricata) — IUCN: Critically Endangered
จุดพบ: HTMS Chang, Hin Raab South, Blueberry Hill, Hin Sam Sao
โอกาสพบ: ดีมาก — เต่าทะเลเป็นสัตว์ที่นักดำน้ำพบบ่อยที่สุดในบรรดาสัตว์ขนาดใหญ่รอบเกาะช้าง
สัตว์ที่ดำรงเผ่าพันธุ์มาบนโลกนี้กว่า 110 ล้านปี เคยอยู่ร่วมยุคกับไดโนเสาร์และรอดพ้นมาจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ แต่กลับเผชิญภัยคุกคามหนักกว่าในทุกยุคสมัยจากมนุษย์เพียงไม่กี่ร้อยปีมานี้
วิธีแยกสองสายพันธุ์:
| เต่าตนุ | เต่ากระ | |
|---|---|---|
| จะงอยปาก | สั้น กลม คล้ายนกแก้ว | แหลม โค้งงอ คล้ายจะงอยเหยี่ยว |
| กระดอง | เรียบ ขอบมน | มีขอบเป็นหยักซ้อน |
| สี | น้ำตาลอมเขียว | สีน้ำตาล-ทอง-ส้ม ลายสวยงาม |
| อาหาร | หญ้าทะเลเป็นหลัก (มังสวิรัติ 100%) | ฟองน้ำ ปะการัง และแมงกะพรุน |
เรื่องน่าทึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้:
- เต่าตนุ — ชื่อ "Green Turtle" ไม่ได้มาจากสีกระดองสีเขียว แต่มาจาก ไขมันในร่างกายที่เป็นสีเขียว เพราะกินหญ้าทะเลตลอดชีวิต เป็นเต่าทะเลชนิดเดียวที่กินพืชเป็นอาหารหลักในวัยผู้ใหญ่ และการที่มันแทะหญ้าทะเลอย่างสม่ำเสมอช่วยรักษาสุขภาพของแนวหญ้าทะเล ป้องกันการเน่าเสีย และสร้างที่อยู่อาศัยให้ลูกปลาอีกนับพัน ชนิด
เต่ากระ — เป็น สัตว์เลื้อยคลานชนิดแรก ที่มีการบันทึกว่ามีคุณสมบัติ Biofluorescence — ร่างกายสามารถดูดซับแสงสีน้ำเงินและปล่อยแสงสีเขียว-แดงออกมา ค้นพบในปี 2558 นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจใช้สื่อสารกับเพื่อนพ้อง แต่ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
ความจำของเต่า: ลูกเต่าแรกเกิดจดจำ กลิ่นเฉพาะของชายหาดที่เกิด ไว้ตลอดชีวิต เมื่อเต่าตัวเมียโตขึ้น จะว่ายกลับมาวางไข่บนหาดเดิม — อาจห่างหลายพันกิโลเมตรและใช้เวลาหลายสิบปี — โดยอาศัยสนามแม่เหล็กโลกในการนำทาง
อายุขัยของเต่าทะเลยังเป็นปริศนา แต่ประมาณว่า 80–100 ปีขึ้นไป ซึ่งหมายความว่าเต่าบางตัวที่คุณพบในทะเลวันนี้อาจเกิดก่อนที่เกาะช้างจะมีไฟฟ้าใช้เสียอีก
🟤 ปลาหมอทะเล / ปลากะรัง (Giant Grouper)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Epinephelus lanceolatus
สถานะ IUCN: Vulnerable (มีความเสี่ยง) ตั้งแต่ปี 2547
จุดพบ: HTMS Chang (อาศัยประจำ), Hin Raab South
ปลากระดูกแข็ง (Bony Fish) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยาวได้ถึง 2.7 เมตร น้ำหนักทะลุ 400 กิโลกรัม — หนักกว่าควายแม้ดำน้ำ เมื่อลำตัวเล็กใหญ่ขนาดนั้นลอยนิ่งอยู่ใกล้ตัว ประสบการณ์นี้ไม่มีวันลืม
ปลาหมอทะเลตัวโตที่อาศัยอยู่ในซากเรือ HTMS Chang ถือเป็น "เจ้าถิ่น" ที่นักดำน้ำรู้จักกันดี ซากเรือที่ถูกจมเป็นแนวปะการังเทียมตั้งแต่ปี 2555 เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับปลาที่ชอบซุ่มซ่อนในโครงสร้างขนาดใหญ่
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง:
- ปลาหมอทะเลทุกตัว เกิดมาเป็นตัวเมีย เมื่อโตและใหญ่พอ ตัวที่โตที่สุดในกลุ่มจะเปลี่ยนเพศกลายเป็นตัวผู้ — กระบวนการนี้เรียกว่า Protogynous Hermaphroditism เป็นกลยุทธ์วิวัฒนาการที่ทำให้ตัวผู้ที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่ผสมพันธุ์ได้
- กินได้เกือบทุกอย่างที่เล็กกว่า: ปลา ปลาหมึก ปู กุ้ง และมีรายงานว่ากินฉลามขนาดเล็กและแม้แต่ เต่าทะเลวัยอ่อน ได้ด้วย
- ล่าเหยื่อด้วยการ สร้างสุญญากาศ โดยขยายปากและเหงือกพร้อมกันอย่างรวดเร็ว ดูดเหยื่อเข้าปากในเสี้ยววินาที ไม่ต้องไล่ตาม
- ปลาวัยอ่อนมีสีดำและเหลืองสลับลาย ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทาสม่ำเสมอเมื่อโตขึ้น
⚡ ปลากระโทงร่ม (Sailfish)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Istiophorus platypterus
สถานะ IUCN: Least Concern (ไม่น่ากังวล)
จุดพบ: น้ำลึกนอกชายฝั่ง — พบจากเรือเป็นหลัก ไม่ใช่ระหว่างดำน้ำ
ฤดูกาล: ตุลาคม–มกราคม (ฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ)
ปลาที่ว่ายน้ำเร็วที่สุดในโลก — วัดความเร็วสูงสุดได้ถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่ารถยนต์บนทางด่วน ครีบหลังขนาดยักษ์ที่กางออกได้เหมือนใบเรือ (ที่มาของชื่อ "ร่ม") ไม่ได้ใช้ว่ายน้ำ แต่ใช้ ต้อนฝูงปลา โดยรวมกลุ่มล้อมปลาแล้วสลับกันพุ่งเข้าโจมตี
ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ต.ค.–ม.ค.) กระแสน้ำเย็นพัดฝูงปลาขนาดเล็กเข้ามาในน่านน้ำตราด ปลากระโทงร่มตามเหยื่อมาด้วย มีรายงานการพบจากชาวประมงและเรือท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นประจำทุกปี
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง:
- สีลำตัวเปลี่ยนได้ ภายในเสี้ยววินาที จากสีเงินเทาเป็นสีน้ำเงินสดใส เมื่อตื่นเต้นหรือกำลังล่า เซลล์สีพิเศษ (Chromatophore) ขยายและหดตัวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างเอฟเฟกต์นี้
- จงอยปากแหลมที่ยาวอาจใช้ฟาดเหยื่อให้งงก่อนกิน ไม่ใช่แค่ตัดน้ำ
- ปลาตัวเต็มวัยยาว 2.5–3.4 เมตร หนักถึง 100 กิโลกรัม แต่อายุขัยสั้นเพียง 4–5 ปี เป็นสัตว์ที่ "เผาผลาญชีวิต" อย่างรวดเร็ว
🌊 ปลาบิน (Flying Fish)
ชื่อวิทยาศาสตร์: วงศ์ Exocoetidae (มีหลายสายพันธุ์)
จุดพบ: ผิวน้ำนอกชายฝั่ง — เห็นจากเรือ
ฤดูกาล: พบได้ตลอดปี ช่วงเช้าและเย็น
หนึ่งในภาพที่น่าตื่นตาที่สุดจากดาดฟ้าเรือในอ่าวไทย: ปลาขนาดเท่ากำมือพุ่งทะยานขึ้นจากผิวน้ำ กางครีบอกที่ยาวคล้ายปีกออก แล้ว ร่อนไปในอากาศได้ไกลถึง 400 เมตร ก่อนดิ่งกลับลงน้ำ — ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 30–40 วินาที
ปลาบินไม่ได้ "บิน" จริงๆ แต่เป็นการ ร่อน โดยใช้แรงพุ่งจากหางที่ตีน้ำอย่างรวดเร็ว ครีบอกที่ยาวและแบนช่วยสร้างแรงยกเหมือนปีกเครื่องบิน บางสายพันธุ์มีครีบหน้าและหลังที่ยาวสี่ครีบ (เรียกว่า Four-winged Flying Fish) เพิ่มระยะร่อนได้อีก
เหตุผลที่ต้องร่อน: หลีกเลี่ยงนักล่าใต้น้ำ เช่น ปลาทูน่า ปลากระโทง และโลมา แต่บนอากาศก็มีนกทะเลรออยู่ — ชีวิตของปลาบินเป็นการหนีระหว่างสองโลก
🟠 ปลาการ์ตูน (Clownfish / Anemonefish)
ชื่อวิทยาศาสตร์: สกุล Amphiprion (มีหลายสายพันธุ์ในไทย)
สถานะ IUCN: ส่วนใหญ่ Least Concern แต่บางสายพันธุ์ Near Threatened
จุดพบ: ทุก dive site รอบหมู่เกาะรัง, ทั่วไปในการ snorkeling
โอกาสพบ: แน่นอน — เป็นปลาที่พบง่ายที่สุดในทริป
ปลาที่โด่งดังที่สุดในโลกหลังจาก "Finding Nemo" มาเยือนทะเลเกาะช้าง และจริงๆ แล้วมีเรื่องราวชีวิตที่ซับซ้อนกว่าที่หนังเล่าไว้มาก
ความสัมพันธ์กับดอกไม้ทะเล (Anemone):
ดอกไม้ทะเลมีหนวดพิษที่สามารถเป็นอัมพาตและกินปลาทั่วไปได้ แต่ปลาการ์ตูนมี เมือกป้องกันพิเศษ บนตัวที่ทำให้หนวดพิษไม่ทำงาน ทั้งสองสายพันธุ์อยู่ด้วยกันแบบ ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ปลาการ์ตูนไล่ปลาที่กินดอกไม้ทะเลออกไป และมูลของปลาเป็นปุ๋ยให้ดอกไม้ทะเล ขณะที่ดอกไม้ทะเลให้ที่หลบภัยแก่ปลา
เรื่องน่าทึ่งที่หนังไม่ได้บอก:
- ปลาการ์ตูนทุกตัว เกิดมาเป็นตัวผู้ ตัวที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มคือตัวเมียผู้นำ เมื่อตัวเมียตาย ตัวผู้ที่อาวุโสที่สุดจะ เปลี่ยนเพศเป็นตัวเมีย ทันที นี่หมายความว่าในเรื่อง Finding Nemo: เมื่อแม่ของ Nemo เสียชีวิต พ่อ (Marlin) ควรจะเปลี่ยนเพศเป็นแม่ใหม่ — ไม่ใช่ออกตามหาลูก!
- ปลาการ์ตูนจำกัดอาณาเขตอย่างเคร่งครัด แทบไม่ออกห่างจากดอกไม้ทะเลของตัวเองเกิน 1–2 เมตร ตลอดชีวิต
- เสียงร้องของปลาการ์ตูนผลิตขึ้นจากการกัดฟัน ใช้ในการสื่อสารในฝูงและขู่คู่แข่ง
🦜 ปลานกแก้ว (Parrotfish)
ชื่อวิทยาศาสตร์: วงศ์ Scaridae
สถานะ IUCN: ส่วนใหญ่ Least Concern
จุดพบ: แนวปะการังทุกแห่ง, ทุก snorkel spot รอบหมู่เกาะรัง
โอกาสพบ: แน่นอน
ปลาที่มีสีสันสดใสที่สุดในแนวปะการัง — สีม่วง ฟ้า เขียว ชมพู บางครั้งในตัวเดียว — และยังเป็น "สถาปนิก" ของหาดทราย ที่คุณนอนอาบแดดอยู่ด้วย
ที่มาของทราย:
ปลานกแก้วกินปะการัง — แต่ไม่ได้กินเนื้อปะการัง มันกัดปะการังเพื่อเข้าถึง สาหร่ายขนาดเล็ก (Algae) ที่อาศัยอยู่ภายใน กระบวนการนี้บด หินปูน (CaCO₃) ในกระเพาะจนละเอียด แล้วขับออกมาเป็น ทรายขาวละเอียด — ปลานกแก้วตัวหนึ่งสร้างทรายได้ 250–450 กิโลกรัมต่อปี หาดทรายสวยๆ ส่วนหนึ่งที่คุณเดินอยู่ แท้จริงแล้วคือ "สิ่งขับถ่าย" จากปลาตัวนี้
เรื่องน่าทึ่งอื่นๆ:
- ปลานกแก้วจำนวนมากนอนหลับโดยห่อตัวใน ถุงเมือก ที่ตัวเองสร้างขึ้นเป็นปลอกหุ้ม เชื่อว่าช่วยกลบกลิ่นจากนักล่าที่ดมกลิ่นล่าเหยื่อในตอนกลางคืน
- สีสันของปลานกแก้วเปลี่ยนตามเพศและอายุ ตัวผู้ในระยะ Terminal Phase มักมีสีสดใสที่สุด ส่วนตัวเมียและตัวผู้อ่อนอาจเป็นสีน้ำตาลหรือแดง จนบางครั้งดูเหมือนคนละสายพันธุ์กัน
- จะงอยปากเป็นฟันที่หลอมรวมกันจนแข็งเหมือนจะงอยนก ออกแบบมาสำหรับกัดหิน — เสียง "แกร็กกๆ" ที่ได้ยินใต้น้ำขณะดำน้ำนั้น มักมาจากปลานกแก้วกำลังกินปะการัง
🦅 กระเบนนก (Eagle Ray)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Aetobatus narinari (Spotted Eagle Ray)
สถานะ IUCN: Endangered (ใกล้สูญพันธุ์) ตั้งแต่ปี 2552
จุดพบ: HTMS Chang, Hin Raab South — มักว่ายเป็นคู่หรือกลุ่มเล็กๆ
โอกาสพบ: ปานกลาง — ไม่แน่นอน แต่พบได้สม่ำเสมอตลอดฤดูกาล
สัตว์ที่ "โบยบิน" ใต้น้ำอย่างสวยงามที่สุด — กระเบนนกว่ายน้ำโดยกระพือครีบขนาดใหญ่ทั้งสองข้างเหมือนนกโบยบิน ทำให้ดูเหมือนเคลื่อนไหวอย่างพริ้วไหวเป็นจังหวะในน้ำ การพบกระเบนนกมักทำให้นักดำน้ำหยุดว่ายและแค่ดูเฉยๆ โดยลืมหายใจ
ลักษณะภายนอก: จุดขาวบนตัวสีดำเหมือนท้องฟ้าคืนวันเพ็ญ ปากคล้ายจะงอยเป็ด ปีกกว้างถึง 3 เมตร หางยาวมีเดือยพิษ 2–6 เดือยที่โคนหาง (แต่ใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว ไม่ใช่โจมตี)
ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง:
- กินหอยและสัตว์ที่ฝังอยู่ในพื้นทราย โดยใช้จะงอยปาก ขุดทราย อย่างมีประสิทธิภาพ บางครั้งพบกระเบนนกว่ายต่ำใกล้พื้นทรายและ "ขุดคุ้ย" หาอาหารเป็นพักๆ
- ออกลูกเป็นตัว ลูกแรกเกิดมีปีกที่พับอยู่ กางออกได้ทันทีหลังเกิด — ว่ายน้ำได้ตั้งแต่วินาทีแรก
- แม้ตัวใหญ่ กระเบนนกก็ยังกระโดดพ้นน้ำได้ สูงหลายเมตร มีทฤษฎีว่าเพื่อสะบัดปรสิตออก หรืออาจเป็นการแสดงสถานะในการหาคู่
- สายพันธุ์ A. narinari ที่พบในเกาะช้างเป็นสายพันธุ์ที่มี จุดสีขาวขนาดใหญ่ ต่างจากกระเบนชนิดอื่นๆ ทำให้จำแนกได้ง่าย
🗺️ รู้จักจุดดำน้ำของเกาะช้าง
| จุดดำน้ำ | ระดับ | ความลึก | สัตว์เด่น |
|---|---|---|---|
| ซากเรือหลวงช้าง (HTMS Chang) | Advanced (AOW+) | 12–32 ม. | ฉลามวาฬ, เต่า, ปลาหมอ, กระเบนนก |
| หินราบใต้ | ทุกระดับ | 5–18 ม. | เต่า, ปลาการ์ตูน, ฉลาม Blacktip |
| หินลูกบาศก์ | ทุกระดับ | 5–16 ม. | ฉลามวาฬ (บางครั้ง), ปะการังหนาแน่น |
| เกาะยักษ์ (หมู่เกาะรัง) | เริ่มต้น | 5–12 ม. | ปลาการ์ตูน, ปลานกแก้ว, ปะการัง |
| หินสามเส้า | ทุกระดับ | 8–20 ม. | เต่า, ฝูงปลา Barracuda |
ฤดูดำน้ำที่ดีที่สุดของเกาะช้าง: พฤศจิกายน–พฤษภาคม น้ำทะเลอุณหภูมิ 28–30°C ตลอดปี ทัศนวิสัยใต้น้ำ 10–30 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ
🤿 กฎสากลการดำน้ำที่อนุรักษ์ทะเล
— อย่าสัมผัสสิ่งมีชีวิตหรือปะการังใดๆ แม้แต่ครีบที่แตะปะการังเบาๆ อาจทำลายเนื้อเยื่อที่ใช้เวลาหลายสิบปีสร้าง
— ห้ามให้อาหารปลา แม้ดูน่ารัก แต่เปลี่ยนพฤติกรรมตามธรรมชาติและสร้างการพึ่งพาที่เป็นอันตราย
— เก็บทุกอย่างที่คุณนำมา และถ้าเห็นขยะในทะเล หยิบขึ้นมาด้วยได้เลย
— รักษา Buoyancy ให้ดี ไม่ให้ลำตัวใกล้พื้นทราย ตะกอนที่ฟุ้งขึ้นทำลายสุขภาพปะการังได้ง่ายๆ
— ถ่ายภาพได้ไม่จำกัด — เอาแค่ความทรงจำและภาพถ่ายกลับบ้าน