English EN ไทย TH 中文 ZH Русский RU
--
 
--
 
1
จำนวนห้องพัก
2
12 ปีขึ้นไป
0
4-12 ปี
โลมาแห่งทะเลตราด — เพื่อนบ้านทางทะเลที่หาดูยากที่สุดในไทย

โลมาแห่งทะเลตราดเพื่อนบ้านทางทะเลที่หาดูยากที่สุดในไทย

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าทะเลรอบเกาะช้างและจังหวัดตราดคือ หนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมาที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานวิจัยระดับนานาชาติจาก IUCN, National Geographic, และ Frontiers in Marine Science ต่างยืนยันตรงกันว่าน่านน้ำจังหวัดตราดเป็นบ้านของโลมาสามสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ทั้งหมดนี้อยู่ร่วมกันในน้ำเดียวกันน้ำที่คุณมองเห็นจากชายหาดของเรา


 

Irrawaddy Dolphin

🐬 โลมาหัวบาตร (Irrawaddy Dolphin)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Orcaella brevirostris
สถานะ IUCN: Endangered (ใกล้สูญพันธุ์) ตั้งแต่ปี 2547
ชื่อไทยอื่น: โลมาอิรวดี

ดูหน้าตาเผินๆ อาจเข้าใจผิดว่าเป็นปลาโลมา แต่ที่จริงแล้ว โลมาหัวบาตรมีวิวัฒนาการใกล้ชิดกับวาฬเพชรฆาต (Orca) มากกว่าโลมาปากขวดทั่วไปมันเป็น "ญาติ" กับหนึ่งในนักล่าที่ดุร้ายที่สุดในมหาสมุทร แม้รูปร่างภายนอกจะดูน่ารักและไม่น่ากลัวเลย ชื่อวิทยาศาสตร์ Orcaella มาจาก "Orca น้อย" นั่นเอง

ลักษณะภายนอก: ลำตัวสีเทาหรือเทาอมน้ำเงิน ส่วนท้องสีอ่อนกว่า หัวกลมโตไม่มีจะงอยปาก หน้าผากนูนสูงเหมือนหัวบาตร ครีบหลังเล็กและเตี้ย ตัวเต็มวัยยาว 1.5–2.75 เมตร น้ำหนัก 90–200 กิโลกรัมตัวที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกในโลกถูกพบในประเทศไทย

ทำไมน่านน้ำตราดถึงพิเศษ:

งานวิจัย 5 ปีของนักวิทยาศาสตร์จาก Ocean Park Conservation Foundation ร่วมกับ National Geographic Society ระหว่างปี 2551–2559 สำรวจน่านน้ำตราดตั้งแต่บ้านแหลมกลัดถึงคลองใหญ่ รวมถึงน่านน้ำรอบเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด พบว่ามีโลมาหัวบาตรอยู่ เฉลี่ย 423 ตัว (ช่วงความเชื่อมั่น 95%: 252–734 ตัว) เมื่อรวมกับประชากรฝั่งกัมพูชา (จังหวัดเกาะกง) จำนวนรวมอยู่ที่ประมาณ 500 ตัว ทำให้เป็น ประชากรโลมาหัวบาตรที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากปากแม่น้ำอิรวดีในพม่าเท่านั้น

การสำรวจล่าสุดในเดือนธันวาคม 2566 โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบฝูงโลมาหัวบาตร 41 ตัว กระจายตัวเป็นกลุ่มละ 3–8 ตัว หากินตามแนวฝั่งบริเวณบ่อหอยนางรมและแนวอวนปูแสดงให้เห็นว่าประชากรยังคงดำรงอยู่ในพื้นที่

Irrawaddy Dolphin

พฤติกรรมที่น่าทึ่ง:

  • พ่นน้ำไล่ต้อนปลา: โลมาหัวบาตรเป็นหนึ่งในสัตว์ไม่กี่ชนิดที่ใช้น้ำเป็น "อุปกรณ์ล่าสัตว์" มันพ่นน้ำสร้างม่านน้ำบางๆ เพื่อต้อนฝูงปลาให้รวมกลุ่มก่อนจะโฉบเข้ากินพฤติกรรมที่นักวิจัยบันทึกได้จากทะเลตราดด้วย
  • ร่วมมือกับชาวประมง: ในบางพื้นที่ของพม่าและบังกลาเทศ โลมาหัวบาตรมีพฤติกรรมป้อนปลาเข้าอวนชาวประมงโดยสมัครใจ ซึ่งถือเป็นความสัมพันธ์เชิงพึ่งพากันที่ไม่ค่อยพบในสัตว์ป่า
  • หนอกใจ: หัวที่กลมและยืดหยุ่นได้ทำให้มันสามารถหันหัวซ้ายขวาได้เกือบ 90 องศา ต่างจากโลมาชนิดอื่นที่ต้องหันทั้งตัว

ภัยคุกคาม: การสำรวจพบว่า 12% ของชาวประมงในตราดเคยพบโลมาติดอวน อวนปู อวนลอย และอวนปลาถือเป็นภัยคุกคามหลัก นอกจากนี้ยังมีมลภาวะทางเสียงจากเรือความเร็วสูงที่ทำให้โลมาดำน้ำหนีนานกว่าปกติ รัฐบาลไทยและกัมพูชากำลังหารือเรื่องพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลแบบข้ามพรมแดน (Transboundary MPA) ที่ครอบคลุมน่านน้ำตราด-เกาะกงโดยเฉพาะ


Indo-Pacific Humpback Dolphin

🐬 โลมาหลังโหนก (Indo-Pacific Humpback Dolphin)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Sousa chinensis
สถานะ IUCN: Vulnerable (มีความเสี่ยง) ตั้งแต่ปี 2558
ชื่ออื่น: โลมาจีนขาว, Chinese White Dolphin

ในฮ่องกงและจีนมีชื่อเรียกว่า "Chinese White Dolphin" และถูกใช้เป็น สัญลักษณ์ทางการของฮ่องกง มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะโลมาสีชมพูที่ว่ายน้ำใกล้สะพานข้ามทะเลสายต่างๆ แต่โลมาชนิดเดียวกันนี้ก็อาศัยอยู่เงียบๆ ในน่านน้ำตราดมาช้านานโดยไม่มีใครรู้

สีที่เปลี่ยนแปลงตามอายุเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้:

โลมาหลังโหนกไม่ได้เกิดมาสีขาวหรือชมพู มันเกิดมาสีดำหรือเทาเข้ม แล้วค่อยๆ อ่อนลงเป็นลายจุดประในช่วงวัยรุ่น และอาจซีดจนขาวหรือออกชมพูเมื่อแก่ตัว สีชมพูที่เห็นไม่ได้มาจากรงควัตถุในผิวหนัง แต่เป็น เส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวเพื่อระบายความร้อนยิ่งอุณหภูมิสูง ยิ่งชมพู! ทำให้การดูสีลำตัวสามารถบอกทั้งอายุและสภาพอารมณ์/ความเครียดของโลมาได้คร่าวๆ

ลักษณะภายนอก: มีโหนกนูนที่โคนครีบหลัง (ที่มาของชื่อ "หลังโหนก") จะงอยปากยาวชัดเจน ตัวเต็มวัยยาว 2–3.5 เมตร น้ำหนัก 150–230 กิโลกรัม ใหญ่กว่าโลมาหัวบาตรเล็กน้อย อายุยืนได้ถึง 40 ปีวิเคราะห์ได้จากวงปีในฟัน เหมือนวงปีต้นไม้

Indo-Pacific Humpback Dolphin

พฤติกรรมที่น่าสนใจ:

  • ชอบน้ำตื้นชายฝั่งความลึกไม่เกิน 30 เมตร มักพบใกล้ปากแม่น้ำและป่าชายเลน
  • อยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก มักไม่เกิน 10 ตัว ต่างจากโลมาชนิดอื่นที่บางครั้งรวมฝูงหลายร้อยตัว
  • มีพฤติกรรม ช่วยพยุงลูกตายให้ลอยน้ำ ที่ถูกบันทึกในฮ่องกงแม่โลมาและโลมาตัวอื่นในฝูงจะช่วยกันประคองซากลูกน้อยไว้เหนือน้ำเป็นวันๆ สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง
  • ในเดือนธันวาคม 2566 นักวิจัยจาก Marine Conservation Cambodia พบฝูงโลมาหลังโหนกรวมอยู่กับ แม่โลมาหัวบาตรและลูกน้อย บริเวณปากแม่น้ำใกล้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาแสดงให้เห็นว่าทั้งสองสายพันธุ์บางครั้งเดินทางและหากินร่วมกัน

สถานะในตราด: งานวิจัย Hines et al. 2015 ยืนยันการพบโลมาหลังโหนกในน่านน้ำตราดควบคู่กับโลมาหัวบาตร แม้จำนวนจะน้อยกว่า แต่ก็เป็น สายพันธุ์ที่อยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


Indo-Pacific Humpback Dolphin

🐬 โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Indo-Pacific Finless Porpoise)

ชื่อวิทยาศาสตร์: Neophocaena phocaenoides
สถานะ IUCN: Vulnerable (มีความเสี่ยง) ตั้งแต่ปี 2555
หมายเหตุ: ที่จริงแล้ว โลมาหัวบาตรหลังเรียบ (Porpoise) ไม่ใช่โลมาทั่วไป สองกลุ่มนี้มีวิวัฒนาการแยกจากกันมา 10–15 ล้านปีแล้ว

สัตว์ทะเลที่ "มองไม่เห็น" ที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลของไทย เพราะ ไม่มีครีบหลัง จึงไม่มีสิ่งที่โผล่พ้นน้ำให้มองเห็นจากไกลๆ ต่างจากโลมาและวาฬทุกชนิด ทำให้แม้แต่ชาวประมงที่อยู่ในพื้นที่มาตลอดชีวิตบางคนก็ยังไม่เคยรู้ว่ามันอยู่ใกล้ๆ

ลักษณะภายนอก: ตัวเล็กสุดในสามสายพันธุ์ ยาว 1.2–1.9 เมตร น้ำหนักเพียง 30–45 กิโลกรัม ลำตัวสีเทาเรียบๆ ไม่มีลวดลาย หัวกลม ไม่มีจะงอยปาก แผ่นหลังเรียบเตียนไม่มีครีบ มีเพียง สันหยักหรือตุ่มเล็กๆ บริเวณกลางหลังแทนที่ครีบ ซึ่งบางตัวก็แทบมองไม่เห็น

พฤติกรรมที่น่าสนใจ:

  • เป็นสัตว์เลือดอุ่นที่ว่ายน้ำได้ทั้งในน้ำทะเล น้ำกร่อย และน้ำจืด ปรับตัวเก่งกว่าโลมาส่วนใหญ่
  • มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กมาก โดยเฉลี่ย 2–6 ตัว แต่งานสำรวจในกัมพูชาพบฝูงใหญ่ถึง 8–10 ตัว ในพื้นที่ชายแดนใกล้เกาะช้าง
  • ว่ายน้ำ "เงียบ" มาก โผล่หัวขึ้นหายใจสั้นๆ แล้วหายไปทันที ไม่ชอบกระโดดหรือแสดงพฤติกรรมที่สังเกตได้ชัดเจน
  • สื่อสารด้วยเสียงความถี่สูง (ultrasound) สำหรับระบุตำแหน่งเหยื่อ แต่ไม่ค่อยใช้เสียงร้องเพื่อการสื่อสารทางสังคม ทำให้นักวิจัยเรียกว่า "โลมาเงียบ"

หลักฐานในพื้นที่: งานวิจัยร่วม IUCN ระหว่างไทยและกัมพูชาปี 2556–2558 พบโลมาไม่มีครีบในการสำรวจที่บริเวณชายแดนทะเลตราด-เกาะกง และรายงานซากเกยตื้นในจังหวัดตราดสูงถึง 11 ครั้ง ในช่วง 5 ปี เทียบกับโลมาหัวบาตร 31 ครั้งตัวเลขนี้บอกว่ามันอยู่ในพื้นที่จริง เพียงแต่เราแทบไม่มีโอกาสมองเห็น


โอกาสพบเห็นและมารยาทการดูโลมา

โลมาทั้งสามสายพันธุ์อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่ง ไม่ใช่กลางทะเลลึก ส่วนใหญ่พบบริเวณทิศใต้ของเกาะช้าง และระหว่างเกาะช้างกับฝั่งแผ่นดินใหญ่ตราด (ไม่ไกลจากเกาะช้างมากนัก) โอกาสพบบนเรือระหว่างการเดินทางจึงมีอยู่บ้าง แต่ไม่ควรสร้างความคาดหวังสูง

หากโชคดีพบโลมาจากเรือ:

  • รักษาระยะห่างอย่างน้อย 30 เมตร ตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าไทย
  • ห้ามบังคับหัวเรือมุ่งตรงเข้าหาโลมา การเข้าหาควรเป็นแบบขนานกับทิศทางการว่ายน้ำ ไม่ใช่การตัดหน้าหรือไล่ตาม
  • ปิดเครื่องยนต์หากโลมาว่ายเข้ามาเองปล่อยให้มันเป็นฝ่ายเลือก
  • อย่าโยนอาหารหรือของลงน้ำ
  • บันทึกภาพได้ แต่งดใช้ Flash

ข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง: การพบโลมาในทะเลตราดไม่ใช่เรื่องแน่นอนนักวิทยาศาสตร์ที่ออกสำรวจเป็นประจำยังต้องออกสำรวจหลายรอบจึงพบได้ครั้งหนึ่ง แต่ความรู้ว่าพวกมันอยู่ที่นี่ว่ายน้ำอยู่ในน้ำเดียวกับที่เราเที่ยวถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในตัวเองแล้ว


🌊 น่านน้ำตราด: มรดกธรรมชาติที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ

ประชากรโลมาหัวบาตรขนาด 423–500 ตัวในทะเลตราดเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ตัวเลขซากเกยตื้นกว่า 65 ตัวในช่วง 3 ปีก่อนหน้าการวิจัย และรายงานการติดอวนจากชาวประมงท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่าประชากรกลุ่มนี้ยังเปราะบาง
SYLVAN Koh Chang สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และหวังว่าแขกทุกท่านจะกลับไปพร้อมความรู้ใหม่เพื่อช่วยกันเป็นเสียงให้กับสิ่งมีชีวิตที่น่ารักเหล่านี้